The Football Legends : อาร์เจนไตน์ ตีนระเบิด

 

“และความฝันของ บาติสตูต้า ก็เป็นจริง เมื่อพา เอเอส โรม่า คว้าแชมป์ เซเรีย อา มาครองได้สำเร็จ โดยเขายิงไปได้ถึง 20 ประตู แต่หลังจากจบศึก ฟุตบอลโลก 2002 ก็ดูเหมือนฟอร์มการเล่นของ บาติสตูต้า ก็ตกลงไปอย่างน่าใจหาย อันเนื่องมาจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ทำให้เขาตกเป็นตัวสำรองอยู่ตลอด ก่อนที่ท้ายที่สุดจะย้ายไปร่วมทีม อัล อราบิ ในปี 2004 ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายของเขา และเขาก็แขวนสตั๊ดที่นั่นในปี 2005”

 

Embed from Getty Images

“บาติโกล์” สุดยอดดาวยิงของอาเจนติน่า

 

มาย้อนดูความสำเร็จที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด ของยอดศูนย์หน้าตีนระเบิด เจ้าของฉายา “บาติโกล์” กาเบรียล บาติสตูต้า

กาเบรียล โอมาร์ บาติสตูต้า เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1969 เกิดที่เมือง ซานตาเฟ่ ใน อาร์เจนติน่า ในสมัยเด็กๆ บาติสตูต้า มีพรสวรรค์ทางด้านกีฬาเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากเขาเป็นเด็กตัวสูง จึงหันมาเอาดีทางด้านกีฬา บาสเก็ตบอล อย่างเต็มตัว แต่เมื่อทีมชาติ อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1978 มันเริ่มทำให้เค้าเปลี่ยนความคิด มาเล่นฟุตบอลแบบจริงจัง หลังจากมี มาริโอ คัมเปส เป็นไอดอลของเขาในวัยเด็ก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเล่นฟุตบอล ซึ่งก็เหมือนเด็กยากจนทั่วไป ที่ต้องเล่นฟุตบอลตามข้างถนนกับเพื่อนๆ ก่อนที่เขาจะถูกแมวมองของทีม นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ชักชวนให้ไปทดสอบฝีเท้า และเขาก็ผ่านการคัดเลือกก่อนได้เซ็นสัญญาในปี 1988

กลางปี 1989 บาติสตูต้า ย้ายไปร่วมทีม ริเวอร์เพลท สโมสรชั้นนำในวงการฟุตบอล อาร์เจนติน่า โดย เขาทำได้ถึง 17 ประตู ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก แต่เขากลับไปมีเรื่องบาดหมางกับโค้ชอย่าง ดาเนี่ยล พาสเซเรลล่า ทำให้เขาถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยตัวออกไปให้กับทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง โบคา จูเนียร์

ในปี 1990 บาติสตูต้า ย้ายไปร่วมทีม โบคา จูเนียร์ หลังจากเขากลายเป็นส่วนเกินกับ ริเวอร์เพลท โดยกับสโมสรแห่งนี้ผู้จัดการทีมอย่าง ออสการ์ ตาบาเรซ ที่ดึงเอาความสามารถของเขาออกมา ได้อย่างเต็มที่ โดยในฤดูกาลนั้น บาติสตูต้า พาทีม โบคา จูเนียร์ คว้าแชมป์ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งคว้าตำแหน่ง ดาวซัลโวสูงสุดของลีก ได้อีกด้วย โดยในปี 1991 บาติสตูต้า ถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกในรายการ โคปา อเมริกา ที่ชิลีเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง บาติสตูต้า ก็มีส่วนร่วมในการพาทีมชาติ อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ พร้อมตำแหน่ง ดาวซัลโวสูงสุด ของทัวร์นาเมนต์ อีกด้วย โดยยิงไป 6 ประตู

หลังจากโชว์ฟอร์มสุดยอดกับทีมชาติ อาร์เจนติน่า บาติสตูต้า ก็ถูก ฟิออเรนติน่า สโมสรชื่อดังแห่งแดนมักกะโรนี คว้าตัวไปร่วมทีม และที่ ฟลอเรนซ์ นี่เองที่ทำให้ชื่อของเขาโด่งดังสุดขีด หลังจากทำผลงานได้ดีในศึกฟุตบอลโลกปี 1994 ฟอร์มการเล่นของเขาก็ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเขาสามารถคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีกกับ ฟิออเรนติน่า ด้วยการยิงไปถึง 26 ประตู โดยที่เขาสามารถยิงประตูติดต่อกันใน 11 เกมแรกของฤดูกาลอีกด้วย

Embed from Getty Images

ยิงกระจุยกระจายให้ฟิออเรนติน่า แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมไปถึงแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา

 

ด้วยผลงานที่โดดเด่นมาโดยตลอด ในช่วงที่ค้าแข้งอยู่กับ ฟิออเรนติน่า ก็ไม่น่าแปลกใจที่ บาติสตูต้า จะมีข่าวการย้ายทีมอยู่ตลอด แต่เขาก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง และในฤดูกาล 1998-99 ฟิออเรนติน่า มีโอกาสลุ้นแชมป์เต็มตัว หลังจากทีมได้กุนซืออย่าง โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ เข้ามาคุมทีม และโชว์ผลงานได้ดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่ก็ดันมาเกิดปัญหาเมื่อ บาติสตูต้า ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ทำให้เขาต้องพักรักษาตัวไปหลายเดือนเลยทีเดียว ทำให้ทีมผลงานตกลงมา ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 3 เท่านั้น

ในฤดูกาล 2000-01 บาติสตูต้า ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เอเอส โรม่า ด้วยค่าตัว 35 ล้านเหรียญ โดยเขาให้เหตุผลว่า “ฟิออเรนติน่า ยังคงเป็นสโมสรที่เขารักมากที่สุด แต่ช่วงท้ายชีวิตค้าแข้งของผม ก็อยากที่จะสัมผัสถ้วยแชมป์ลีกสักครั้ง” โดยที่ไม่มีแฟนบอล ฟิออเรนติน่า คนไหนโกรธเขาแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าตลอดกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา บาติสตูต้า ทุ่มเทเพื่อสโมสรมาโดยตลอด

Embed from Getty Images

ย้ายมา เอเอส โรม่า หลังจากที่รับใช้ม่วงมหากาฬมาอย่างยาวนาน

 

ลูกยิงตีนระเบิดเป็นยังไงไปถาม มาร์ค บอสนิช ประตูปีศาจแดงได้

 

และความฝันของ บาติสตูต้า ก็เป็นจริง เมื่อพา เอเอส โรม่า คว้าแชมป์ เซเรีย อา มาครองได้สำเร็จ โดยเขายิงไปได้ถึง 20 ประตู แต่หลังจากจบศึก ฟุตบอลโลก 2002 ก็ดูเหมือนฟอร์มการเล่นของ บาติสตูต้า ก็ตกลงไปอย่างน่าใจหาย อันเนื่องมาจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ทำให้เขาตกเป็นตัวสำรองอยู่ตลอด ก่อนที่ท้ายที่สุดจะย้ายไปร่วมทีม อัล อราบิ ในปี 2004 ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายของเขา และเขาก็แขวนสตั๊ดที่นั่นในปี 2005

Embed from Getty Images

ถึงจะอยู่ในวัยที่โรยรา “บาติโกล์” ก็ยังไว้ลาย ด้วยการซัดไป 27 ประตู ในการลงเล่น 24 นัด ให้อัล อราบิ

 

แต่หลังจากเขาแขวนสตั๊ดไป บาติสตูต้า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาถูกอาการบาดเจ็บสมัยค้าแข้งตามเล่นงานอยู่ตลอด ถึงขั้นลุกเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ทำให้เขาท้อและหมดกำลังใจ เขาเคยร้องขอคุณหมอให้ช่วยตัดขาเขาทิ้งไปเลยทีเดียว แต่คุณหมอปฏิเสธที่จะทำตามความต้องการของเขา แม้ว่าอาการบาดเจ็บของเขาเริ่มทุเลาลงแล้ว แต่เขายังคงเดินกะเผลกมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ เจ้าตัวมองว่านี่คือข้อพิสูจน์ว่าเขาทุ่มเทเพื่อฟุตบอลอย่างเต็มที่ และเขายังหายใจเข้าออกเป็นฟุตบอลอยู่เสมอ

 

นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ (1988-1989) ลงเล่น 20 นัด 5 ประตู

ริเวอร์เพลท (1989-1990) ลงเล่น 21 นัด 3 ประตู

โบคา จูเนียร์ (1990-1991) ลงเล่น 42 นัด 19 ประตู

ฟิออเรนติน่า (1991-2000) ลงเล่น 331 นัด 203 ประตู

เอเอส โรม่า (2000-2003) ลงเล่น 87 นัด 33 ประตู

อินเตอร์ มิลาน (2002-2003) ลงเล่น 12 นัด 2 ประตู

อัล อราบิ (2003-2005) ลงเล่น 24 นัด 27 ประตู

รวม 537 นัด 292 ประตู

 

อาเจนติน่า (1991-2002) ลงเล่น 78 นัด 56 ประตู

 


สามารถติดตามข้อมูลข่าวฟุตบอลล่าสุดส่งตรงจากเว็บข่าวบอลต่างประเทศได้ทาง : SBOX88


SBOX88 เว็บแทงบอล ตัวแทนอย่างถูกต้องของ SBOBET Asia เปิดให้บริการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เดิมพันกีฬาออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ หวยออนไลน์ ในด้านของ แทงบอลออนไลน์ เรามีให้ท่านสมาชิกเลือกมากมาย บอลเดี่ยว บอลสเต็ป และอื่นๆอีกมากมาย ท่านสามารถติดต่อสอบถามเพื่อ สมัครแทงบอลสโบ วิธีแทงบอล โปรโมชั่น เอสบีโอเบ็ต หรือแจ้งปัญหาต่างๆได้ตลอด 24ชั่วโมง